
ไปเดินเล่นงานวัดภูเขาทองตอนทุ่มนึงของวันเสาร์ ตรงส่วนที่ขึ้นภูเขาทองคนแน่นมาก ใครพาแฟนไปก็อย่าไปบริเวณนั้น อาจโดนแฟนบอกเลิกได้ “พาชั้นไปทรมาน” ถ้าส่วนรอบนอกที่ขายของเล่นเกม คนไม่แน่นมากเดินเล่นได้ แต่ก็อย่าคาดหวังของอร่อยในงานมาก เพราะส่วนมากจะไม่อร่อย เจอที่อร่อยอยู่อย่างเดียวคือลูกชิ้นระเบิด ร้านอยู่ตรงต้นทางของแยกผัดไทประตูผี ไม่ได้ถ่ายร้านนั้นมา เพราะไม่ได้ยืนกินหน้าร้าน พอกินอร่อยปุ๊บต้องรีบถ่ายรูป อันนั้นเกินไป สำหรับรูปชุดนี้คงไม่เซ็นเซอร์หน้าล่ะ เยอะเหลือเกิน

งานวัดนี่แหล่งรวมอบายมุขจริงๆ แหล่งการพนันเพียบ (ซุ้มเล่นเกมชิงรางวัล ซุ้มจับสลาก) มีพวกของแปลก คน 2 หัว ดูผีกระสือ บ้านผีสิง (ปลูกฝังความงมงาย) มีสาวน้อยตกน้ำ (ยั่วยุในกาม) ไม่แปลกเลยที่การหากินกับเรื่องพวกนี้ในประเทศไทยถึงร่ำรวย

หมอดูที่ตกอับเลยกลับไปตั้งติด Skill เห็นวิญญาณ ก็มาในงานนี้ด้วย เหมาะกับเค้าจริงๆ

ในงานหลายๆ ประเภทก็มีของพวกนี้แหล่ะ ก็ไม่ผิดนะ เป็นความบันเทิง แต่นี่เป็นวัดไง เข้าวัดเพื่อมีสติ มีปัญญา

ของพวกนี้มันจะปลูกฝังเข้าไปในจิตสำนึกทางอ้อม ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าโตขึ้นมาจะเป็นตัวของตัวเองได้แค่ไหน หรือได้แค่ตามคนอื่น ให้คนอื่นคิดให้

ประสบการณ์ชีวิตเราสอนให้เรารู้ว่าอะไรดีชั่ว การคิดแบบง่ายๆ ตามสูตรสำเร็จล้าสมัยไปแล้ว “คนให้เงินทำบุญคือคนดี” “ต้องได้บุญ ไม่ได้บุญไม่ทำ” “บุญน้อยไม่ทำ ทำไอ้ที่ได้บุญมาก” ทั้งที่การให้เงินเป็นการทำบุญที่โคตรง่าย สักแต่ว่าให้ก็ได้ แต่การทำตัวอยู่ในกฏระเบียบสังคม ไม่เบียดเบียนใคร ช่วยเหลือคนอื่นทางร่างกาย ไม่ค่อยมีใครสนใจ เพราะมัน “ไม่ได้บุญ” และ “ทำยาก” กว่าให้เงิน

ร้านนี้ยิงหนังสติ๊กต้องดูป้ายราคาดีๆ นะครับ หลายคนพลาดกับร้านนี้โดนฟันกันหัวแบะ

บุญก็เปรียบเหมือนสินค้า ที่ใช้เงินซื้อได้ ลงเงินมากก็ได้มาก พอมีมากคุณก็จะกลายเป็นคนดี ใครๆ ก็มองว่าเป็นคนดี ฉะนั้นเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ

หรือเปรียบบุญเหมือนกับการลงทุน เข้าวัดทำบุญ ก็หวังว่าชีวิตจะมีแต่สิ่งดีๆ โชคลาภ ถูกหวย ลงเงินแล้วหวังจะได้กลับมาแบบคุ้มทุน

การลงทุนในบุญ (ให้ความรู้สึก) คุ้มค่ากว่าการฝากเงิน เล่นหุ้น ซื้อทองคำ เก็งราคาน้ำมัน ซื้อบ้านเก็งกำไร ซื้อกองทุน

เคยไหมที่คุณทำความดีช่วยเหลือคนโดยไม่กลับมาป่าวประกาศบอกเพื่อน คุณได้ซองทำบุญมา 20 ซอง แทนที่จะใส่เอง กลับเอามาให้เพื่อนๆ ใส่ด้วย เหมือนป่าวประกาศว่า “ข้าจะไปทำบุญ (ข้าเป็นคนดี)”

คนดีในมุมมองเพื่อนๆ อีก 20 คนอาจไม่เหมือนคุณก็ได้ บางคนอาจมองว่าเป็นคนดีทำไมต้องเป็นการใส่เงินให้วัด หรืออาจมองว่าไปเองได้ จริงใจกว่าเยอะ ใส่ซองแบบนี้เหมือนใส่ซองให้จบๆ ไม่ให้เพื่อนมองว่าเลว

วัดก็ขยันสร้างกุฐิ บูรณะนู่นนี่เหลือเกิน มีกิจกรรมทำบุญสร้างนู่นสร้างนี่ตลอด

เอาเงินให้วัดกับเอาเงินให้มูลนิธิสงเคราะห์ต่างๆ เลือกให้อันไหนดี คนส่วนมากบอกว่าให้วัดเพราะได้บุญเยอะกว่า เพราะทำกับพระ

หรืออย่างการให้เงินขอทาน โดยไม่พิจารณาว่าหลอกลวง หรือเป็นแก๊งลักเด็ก “ชั้นจะให้ใครจะทำไม สบายใจได้บุญพอแล้ว เค้าจะเอาไปเสพยาก็เรื่องของเค้า”

รู้รึไม่ขอทานรวยจะตาย วันๆ นึง 500-2000 ได้สบาย เป็นการสนับสนุนให้คนขี้เกียจ เมื่อเงินดีขนาดนี้แล้วจะหันมาประกอบอาชีพสุจริตทำไม

คนเข็นรถเข็นขายผลไม้ เข็นขายลูกชิ้นทอด คนแบกไม้กวาดขาย คนขายขนมถ้วย คิดว่าพวกนี้วันนึงได้กำไรเท่าไหร่ น้อยกว่าและเหนื่อยกว่าขอทานเป็นไหนๆ จะไปทำทำไมให้โง่ ขอทานดีกว่าเยอะ

ถ้าเราเปลี่ยนการสอน ปลูกฝังใหม่ว่า เลิกให้เงินขอทานแล้วเอาเงินมาอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยดีกว่า ช่วยให้คนที่ขยันทำมาหากินไม่ท้อ ไม่ต้องมาปล้นจี้ หรือเจ๊งฆ่าตัวตายยกครัว

หรือการให้อาหารสัตว์เร่ร่อน หมาข้างถนน เคยได้ยินดาราผู้หญิง น้ำฝน ณัฐริกา หรือ ติ๊ก กัญญารัตน์ นี่แหล่ะ (จำไม่ได้) พูดไว้โดนใจมาก ทำไมในหลายๆ ประเทศต้องมีหน่วยงานควบคุมจับสัตว์เร่ร่อนไปขังไปฆ่า (อะไรก็ว่าไป) มันเป็นปัญหาสังคมมากกว่าปัญหาจริยธรรม

การให้อาหารหมาข้างถนน ไม่ได้แสดงว่าคุณรักสัตว์จริง เพราะให้แล้วจบ คุณไม่ได้มีภาระมารับผิดชอบชีวิตหรือการกระทำของหมาตัวนี้ใดๆ การแสดงออกต่อสัตว์เร่ร่อนที่ดีที่สุดคือคุณเอามันไปเลี้ยง หรือคุณสามารถเอามันไปทำหมันได้ จะเยี่ยมมาก

เพราะคุณจะเป็นผู้สนับสนุนให้มันคลอดลูกมาอีกฝูงแล้วฝูงเล่า แล้วตายมากกว่าเดิม มีสุนัขเศร้า และอดอยากมากกว่าเดิม

แน่นอนว่าคุณเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดความเดือดร้อนในสังคมด้วย เพราะสัตว์ควบคุมไม่ได้ วันดีคืนดีอาจกัดเด็กแถวนั้นตายก็ได้ เพราะถ้าคุณเลี้ยงเองยังพอควบคุมได้บ้าง

มนุษย์ยังต้องคุมกำเนิดเลย ไม่มีปัญญาเลี้ยง ก็เหมือนฆ่าเด็กทางอ้อม หรือทำให้ฐานะคุณย่ำแย่ ฆ่าตัวตายทั้งครอบครัวเพราะปัญหายากจน หนี้สินเยอะแยะ

วัยเรียนเป็นวัยที่หลายๆคนยังไม่คิดถึงเรื่องการหาเงินใช้เอง มีเซ็กซ์กับใครไม่คำนึงถึงวันพรุ่งนี้ว่าชีวิตตัวเองจะเปลี่ยนไปยังไง มีลูกแล้วใครเลี้ยงล่ะ ก็พ่อแม่คุณอีกล่ะ มันสนุกก็เหอะ แต่สนุกแค่คืนเดียว แต่เจ็บปวดไปตลอดหลายปี

เมื่อลูกตัวเองโตขึ้นมาเป็นคนไม่ดี ต้องโทษการเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่ส่วนมากพ่อแม่มักโทษรัฐบาล และสังคม แปลกดีเหมือนกัน ทั้งที่สถาบันครอบครัวเป็นสังคมขนาดเล็กที่ดูแลกันง่ายที่สุดแล้ว

ผู้ใหญ่ หรือเด็ก ล้วนต่างปกป้องสังคมยุคตัวเองและโบ้ยยุคอื่นเลวทั้งสิ้น เช่นผู้ใหญ่มองว่าเด็กสมัยนี้ชอบตีกัน ทั้งๆที่ยุคตัวเองมีแดงไบเล่ ปุ๊ระเบิดขวด

แคมเปญรณรงค์สูบบุหรีมีออกไอเดียบรรเจิดใหม่ๆ มาตลอด แต่กลับมีสถิติว่าคนสูบเยอะขึ้น งั้นเราเลิกนโยบาย กฏหมายเรื่องบุหรี่ที่คิดขึ้นมาตลอด 19 ปี กลับไปเหมือนเดิมเมื่อ 20 ปีก่อนดีไม๊ คนน่าจะสูบน้อยลง

อ้าว ภาพหมดแล้ว ดันบ่นไปเกือบทุกเรื่องเลย วันหลังจะบ่นเรื่องอะไรเนี่ย พูดไปหมดแล้ว

